ใครนอนหลับไม่สนิท อยากนอนมากกก แต่สมองคิดนู่นคิดนี่ไม่หยุด มาทำความเข้าใจกับกลไกและวงจรการนอนหลับกัน

การนอนหลับในภาวะปกติถูกควบคุมด้วยกลไกสองระบบ คือ Process C (Circadian process) และ Process S (Homeostasis process)

โดยที่ Process C หรือ circadian process เป็นระบบนาฬิกาชีวิต (circadian clock) ที่ควบคุมการหลับหรือตื่น ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย และระบบประสาทอัตโนมัติ โดยที่ศูนย์ควบคุมระบบนาฬิกาชีวิตนั้น อยู่ที่บริเวณ Suprachiasmatic Nucleus (SCN)

ปกติวงจรการนอนหลับจะมีรอบเวลาอยู่ที่ ประมาณ 24 ชั่วโมง (24.2 ชั่วโมง) โดยที่แสงสว่าง การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการหลั่ง Melatonin เป็นตัวควบคุมการนอนหลับ ซึ่งแสงสว่างเป็นปัจจัยสำคัญที่ควบคุมเรื่องการนอนหลับโดยตรง

ส่วน Process S หรือ Sleep Homeostasis นั้น อาศัยการสะสมความต้องการนอนหลับ เมื่อมีการตื่นอยู่นาน ร่างกายจะสะสมความง่วง มากขึ้น (Sleep Debt) ผ่านทางการสะสมของสาร Adenosine และเมื่อเราได้หลับ ความต้องการ การนอนหลับนี้ก็จะลดลง

วงจรการนอนหลับแบ่งออกเป็นสองช่วง คือ NREM sleep (non-rapid eye movement sleep) และวงจรที่สองเรียกว่า REM sleep (Rapid eye movement sleep)

วงจร NREM เป็นวงจรการหลับเริ่มแรกซึ่งจะลึกลงไปเรื่อยๆ แบ่งออกเป็นสามระยะ (stage I, II และIII)

ส่วนวงจร REM เป็นวงจรการหลับที่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆมีการคลายตัวหยุดทำงานยกเว้นหัวใจ,กระบังลม, กล้ามเนื้อตา นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่ร่างกายเกิดการฝัน และการกรอกตาเร็ว (Rapid eye movement) เป็นระยะการนอนหลับที่ตื่นตัวที่สุด และเรามักจะจำความฝันจากระยะการนอนหลับนี้ได้

การนอนหลับจะเริ่มจากวงจร NREM ก่อนแล้วจึงเกิดวงจร REM สลับกันไปเรื่อยๆ ในแต่ลงวงจรจะกินเวลาประมาณ 90-120 นาที โดยในแต่ละคืนจะเกิดวงจรดังกล่าวประมาณ 5 ครั้ง สำหรับช่วง REM มักเกิดในครึ่งคืนหลัง

ดังนั้น Kozy Thailand จึงวิจัยและพัฒนาอาหารเสริม KOZY ร่วมกับทีมนักวิจัยจากประเทศฟินแลนด์ เพื่อช่วยฟื้นฟูบำรุงระบบประสาท ระบบสมอง ระบบร่างกายขณะกำลังหลับ และช่วยปรับสมดุลการนอน ให้สอดคล้องกับกลไกควบคุมการนอนหลับ และวงจรการนอนหลับของร่างกาย เพื่อการพักผ่อนของระบบความคิดและร่างกายอย่างเต็มที่ เข้าสู่วงจร NREM stage III (ระยะการนอนหลับสนิท) อย่างยาวนานตลอดคืน

“วงจรการนอนหลับ” ที่ช่วยป้องกัน #ไม่ให้อ้วน เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นอีกนิด เพราะ การนอนหลับไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่เราได้พักหรือฟื้นฟูร่างกาย แต่มันยังเติมพลังใจให้เราด้วย ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และช่วยให้เราจำข้อมูลได้ดีขึ้น ทำให้เรามีภูมิต้านทานต่อโรคซึมเศร้า และช่วยป้องกันไม่ให้อ้วน ได้ด้วย
ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว เกี่ยวกับวงจรการนอนหลับที่ เข้าใจง่ายๆคือ การนอนหลับในภาวะปกติถูกควบคุมด้วยกลไกสองระบบ คือ Process C (Circadian process) ซึ่งเป็นระบบนาฬิกาชีวิต (circadian clock) ที่ควบคุมการหลับหรือตื่น โดยการควบคุมการหลั่งฮอร์โมน Melatonin (เมลาโทนิน) ในตอนกลางคืน ส่วน Process S (Homeostasis process) นั้น อาศัยการสะสมความต้องการนอนหลับ ในตอนกลางวัน เมื่อมีการตื่นอยู่นาน ร่างกายจะสะสมความง่วง มากขึ้น (Sleep Debt) ผ่านทางการสะสมของสาร Adenosine และเมื่อเราได้หลับ ความต้องการ การนอนหลับนี้ก็จะลดลง
วงจรการนอนหลับแบ่งออกเป็นสองช่วง คือ NREM sleep (non-rapid eye movement sleep) ซึ่งเป็นวงจรการหลับเริ่มแรกซึ่งจะลึกลงไปเรื่อยๆ แบ่งออกเป็นสามระยะ (stage I, II และIII) ส่วน REM เป็นวงจรการหลับที่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆมีการคลายตัวหยุดทำงานยกเว้นหัวใจ, กระบังลม, กล้ามเนื้อตา นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่ร่างกายเกิดการฝัน และการกรอกตาเร็ว (Rapid eye movement) เป็นระยะการนอนหลับที่ตื่นตัวที่สุด และเรามักจะจำความฝันจากระยะการนอนหลับนี้ได้
อย่างที่เรารู้แล้วว่า ในช่วงการนอนแบบ REM เรามักจะฝันแบบเหนือธรรมชาติ และเรามักจะจำความฝันนั้นได้ แล้วเรารู้ไหมว่า เรายังใช้ช่วงเวลาการนอนหลับแบบ REM เพื่อเรียนรู้ด้วย ซึ่งการหลับแบบ REM ในช่วงแรกเริ่ม จะสั้นประมาณ 10 นาที และความฝันของเรามักจะเกี่ยวข้องกับอารมณ์ในตอนนั้น แต่ REM ในครั้งหลังๆ จะเกิดนานถึงชั่วโมง และความฝันที่เกิดขึ้นมักจะเกี่ยวข้องกับความทรงจำระยะยาว
ส่วนการนอนหลับแบบ NREM stage III (ระยะการนอนหลับสนิท) เป็นช่วงที่เราหลับลึก คลื่นสมองช้าลงและสูงขึ้น สมองทำงานสอดคล้องเป็นอย่างดี และยากที่จะปลุกให้ตื่น เป็นเวลาที่เราหลับและร่างกายได้ฟื้นฟู และเป็นช่วงที่ร่างกายเราเผาผลาญไขมัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนที่นอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้อ้วนได้ และในช่วงการหลับแบบ NREM เราจะฝันแบบไม่ปะติดปะต่อและไม่ค่อยมีความหมาย
การนอนหลับช่วง NREM ช่วยให้เราเก็บบันทึกความทรงจำ โดยการทบทวนข้อมูลที่เราเรียนรู้ในแต่ละวัน และการนอนหลับยังช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์ได้ดีขึ้นด้วย
โดยการทดลองของ Rosalind Cartwright คนเขียนหนังสือเรื่อง The Twenty-Four Hour Mind ได้ทำการทดลองและบันทึกความฝันของกลุ่มคนที่หย่าร้างมา พบว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มคนเหล่านี้ มีอาการซึมเศร้า สิ่งที่พบคือกลุ่มที่จำความฝันได้ สามารถฟื้นฟูโรคซึมเศร้าและมีอาการดีขึ้น มากกว่ากลุ่มคนที่ฝันเป็นระยะสั้นๆ หรือจำความฝันไม่ได้เลย
การที่เราฝันขณะกำลังหลับช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์ที่ค้าง อารมณ์ที่เราไม่เข้าใจ ไม่รู้จะทำยังไงกับมัน ความฝันทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ และทำให้เราเข้าใจอารมณ์และจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนกลางวันได้ดีขึ้น
ในคนที่วัย 50 ขึ้นไป ช่วงเวลาการนอนหลับแบบ NREM ทั้งสามระยะ (stage I, II และ III หรือ ระยะที่ 1, 2, และ 3) จะลดน้อยลง ซึ่งมีคนกลุ่มนี้มากถึง 1 ใน 4 ที่แทบจะไม่ได้นอนหลับแบบ NREM เลย และนี่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งของการแก่ตัวลง เช่น ทำให้ความแข็งแรงของกล้ามนื้อลดลง ไขมันในร่างกายมีมากขึ้น ผมบาง อ้วนขึ้น เหนื่อยล้า ความจำไม่ดีและระบบภูมิคุ้มกันทำงานแย่ลง ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนอนหลับให้เพียงพอ
Kozy Thailand จึงวิจัยและพัฒนาอาหารเสริม KOZY ร่วมกับทีมนักวิจัยจากประเทศฟินแลนด์ เพื่อช่วยฟื้นฟูบำรุงระบบประสาท ระบบสมอง ระบบร่างกายขณะกำลังหลับ และช่วยปรับสมดุลการนอน ให้สอดคล้องกับกลไกควบคุมการนอนหลับ และวงจรการนอนหลับของร่างกาย เพื่อการพักผ่อนของระบบความคิดและร่างกายอย่างเต็มที่ เข้าสู่วงจร NREM stage III (ระยะการนอนหลับสนิท) อย่างยาวนานตลอดคืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *